วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2558

    นายเทพ สุนทรศารทูล
          อ่านบทกวีเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ ๓
       ณ.อุโบสถวัดชนะสงคราม ๓๑ มีนาคม ๒๕๓๖


      นายเทพ สุนทรศารทูลได้ร่วมแต่งและอ่านบทกวีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๓๕ ร่วมกับคณะกวีหลายท่าน คือ ดร.มนตรี อุมะวิชนี, นางอนงค์ อินทรัมพรรย์, นายอุทัย สินธุสาร, นายทองหล่อ บำรุงกิจฯลฯ 

 คณะกวีทุกท่านมีจุดประสงค์เพื่อสรรเสริญและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงคุณประเสริฐทางด้านศาสนาและเศรษฐกิจ 

      การอ่านบทกวีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น คณะกวีอ่านบทกวีเป็นทำนองเสนาะต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระอุโบสถวัดที่พระองค์ทรงสร้างหรือทรงปฎิสังขรณ์  และที่ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ปีละ ๒ ครั้งคือ ทุกวันที่ ๓๑ มีนาคม ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ และทุกวันที่ ๒๑ กรกฎาคม .ซึ่งเป็นวันเสด็จขึ้นครองราชย์ 

  คณะกวีมีกิจกรรมร่วมกันหลายอย่าง คือทำหนังสือถึงสำนักนายกรัฐมนตรี ให้มีการกำหนดวันสำคัญสำหรับพระองค์ท่าน ซึ่งได้กำหนดวันที่ ๓๑ มีนาคม เป็นวันสำคัญของพระองค์ท่าน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ  

คณะกวีได้ทำหนังสือขอพระราชทานพระสมัญญานามแด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว    ซึ่งก็ได้รับพระราชทานพระราชสมัญญาว่า "พระมหาเจษฎาราชเจ้า"  


กษัตริย์นักเศรษฐกิจ

     ๐   ขอกระซิบเบาเบาพอเข้าหู        สำหรับผู้สนใจใคร่ศึกษา
   สุนทรธิเบศร์กวีมีศักดา                   คือพระนั่งเกล้าเจ้าชีวาเป็นกวี

     ๐  ทรงใช้พระนามแฝงมาแต่งสาร  พระราชพงศาวดารกรุงโกสีย์
   ให้ลูกหลานเหลนอ่านโบราณคดี      เรื่องไทยตีญวนทำสงครามกัน

   ๐    อันเรื่องราวท้าวศรีจุฬาลักษณ์    พระทรงศักดิ์รจนาขี้นมาใหม่
   เป็นตำรากุลสตรีนารีไทย                  ในสมัยโบราณนมนามมา

   ๐   คำกาพย์มโนราภาษาเสนาะ        คำไพเราะเหลือใจในภาษา
   เรื่องนิทานชาดกท่านยกมา               อันกรมหมื่นเจษฎาทรงนิพนธ์

   ๐   ปวงนักปราชญ์ราชกวีศรีภาษา     ทั้งครูบาอาจารย์สถานต้น
   ทั่วมหาวิทยาลัยใจมืดมน                  ไม่มีคนใดอ่านวิจารณ์วิจัย

   ๐  ไม่มีใครค้นคว้าภาษากวี                วรรณคดีโบราณกาลสมัย
   ว่าผู้ใดนิพนธ์แต่หนใด                       ไม่สงสัยใครทำคำประพันธ์

   ๐   เราศึกษาค้นคว้ามากระจ่าง          จึงหายคลางแคลงใจสงสัยนั่น
   ว่าบทวรรณคดีกวีวรรณ                      ที่ออกชื่อลือลั่นมานานเน

   ๐ พระนั่งเกล้าเจ้าชีวิตประดิษฐ์ประดับ ไว้สำหรับบัณฑิตติดเสน่ห์ 
   หลงอ่านกันนานมาชั่วกาเล                 อย่าสนเท่ห์สงสัยว่าใครทำ

   ๐ ทรงเป็นขัตติยามหากษัตริย์             ราชกิจติดขัดตัดกระแส

   ไม่ว่างทำคำกวีที่ดีแท้                         ทรงทำแต่ตามศักดิ์นักกวี

   ๐ สุนทรด้วง นามแฝงแห่งพระเจ้า     พระนั่งเกล้าคารมท่านคมขำ

   สุนทรด้วง ติดงานราชการทำ             ยังฝากงานวรรณคดีอันมีนาม

   ๐ สังข์ศิลปชัยละครนอกคนออกชื่อ ฝากฝืมือวรรณคดีศรีสยาม

   กาพย์มโนรา อรรถรสแสนงดงาม       เรื่องสยามรบญวนก็ควรชม

   ๐  ตำรับเก่า ท้าวศรีจุฬาลักษณ์       นับเป็นหลักจรรยาสง่าสม

   อันสตรีศรีสยามงามนิยม                    เป็นบรมขัตติยาของนารี

   ๐  ควรนิยมยกย่องให้ผ่องใส             พระนั่งเกล้าเจ้าไทยจักรีศรี

   ทรงเป็นนักการทหารนักการกวี          นักพานิชนาวีมีพระนาม

   ๐ทรงเป็นนักเศรษฐกิจติดอันดับ  หาราชทรัพย์ให้มากมีหลากหลาม

 ทรงสร้างวัดปรากฎไว้งดงาม      ป้อมสงครามสร้างค่ายไว้หลายเมือง

๐ทรงสร้างเมืองมากมายหลายจังหวัด ทรงเร่งรัดพัฒนาเมืองผ้า                                                                       เหลือง
ขุดแม่น้ำลำคลองให้นองเนือง         ยังสืบเนื่องใช้กันทุกวันมา

๐ ทรงสร้างเรือรบมากไว้หลากล้น   เตรียมผจญกองทัพรับพม่า
สร้างกำแพงเมืองใหญ่หลายพารา   จนปัจจามิตรคร้ามสยามธานี

๐ ยี่สิบเจ็ดพรรษาเสวยราชย์           รักษาชาติไทยมาสง่าศรี
ราชอาณาจักรไทยใหญ่ยาวรี          ประชาชีชื่นชมโพธิสมภาร

๐ อริราชไพรีไม่มีหือ                      ญวนไม่รื้อกำเริบคิดเสิบสาน
พม่าหมดแรงบุกมารุกราน              เขมรลาวราบลงเป็นวงศ์ไทย

๐ สวรรคตหมดบุญการุณชาติ         ทิ้งพระราชทรัพย์ซ่อนไว้ก้อนใหญ่
ห้าสิบปีฝรั่งเศสก่อเภทภัย               ยึดเมืองไว้ข่มเหงน่าเกรงกลัว

๐ พระปิยมหาราชชาติชาตรี            ทรงรู้สู้รู้หนีไพรีชั่ว
เอามรดกมากมายไปไถ่ตัว              จึงรอดชั่วเป็นสุขหมดทุกข์ภัย

๐ แต่วาสนาอาภัพพระลับฟ้า           สองร้อยกว่าพรรษาสิ้นสมัย
ไร้โอรสยศยงพระองค์ใด                 ได้เป็นใหญ่สืบชาติราชตระกูล

๐ สองร้อยปีลี้ลับอาภัพชื่อ               ไม่เลื่องลือราชกิจเกือบมิดสูญ
เพิ่งเผยยอยศราชบาทมูล                 มีคนทูนเทอดยศให้งดงาม

๐ นามถนนนามสะพานสถานที่          จึงเริ่มมีติดดินถิ่นสยาม
ร.พ.พระนั่งเกล้าคนกล่าวนาม            จึงต่อตามมาสถิตติดแผ่นดิน

๐ พร้อมท้ังมีราชานุสาวรีย์                  ไว้เป็นศรีเมืองแก้วกรุงโกสินทร์
พี่งแลเห็นลานมหาเจษฎาบดินทร์   ให้คนยินยลยศปรากฎมี

๐ เหล่ากวีวรรณาพยายาม                  บรรยายความสรรเสริญเจริญศรี
ผู้เป็นคนเริ่มต้นชื่อ มนตรี                    รวมกวีหลายคนนิพนธ์พจน์

๐ มารวมกันอ่านถวายบรรยายความ   พระนั่งเกล้าเจ้าสยามให้ปรากฎ
ราชกิจของพระองค์พระทรงยศ          ที่ท่านจดจารลงพงศาวดาร

๐ อ่านที่วัดพระเชตุพนวิมลมาศ        ที่วัดราชนัดดามหาสถาน
วัดสุทัศน์หลวงพ่อโตงามโอฬาร      วัดเฉลิมเกียรติริมธารที่เมืองนนท์

๐ อ่านที่ลานเจษฎามหาสถาน         ทำมานานนักหนาสิบกว่าหน
พระสงฆ์ทั้งสิ้นได้ยินยล                  ซึ้งกมลในบรมโพธิสมภาร

๐ จึงรวมกันหลายคนแล้วลงชื่อ       ยี่นหนังสือสำแดงแถลงสาร
ถึงพลเอกชวลิตให้คิดการ               ทำหลักฐานเป็นมหาราชาธรรม

๐ จึงคณะรัฐมนตรีมีดำริ                    ลงมติเห็นพ้องที่ร้องร่ำ
คณะสงฆ์ทั้งหลายบรรยายคำ           เพื่อจะนำทูลลงพระโองการ

๐ ให้ถวายสมญามหาราช                 แล้วประกาศให้เห็นเป็นหลักฐาน
ว่าชาวไทยปรารถนามาช้านาน         ให้ขนานนามมหาราชาไทย

๐ พระนั่งเกล้าเจ้าหล้าประชาสยาม   รัชกาลที่สามผู้ยิ่งใหญ่
พระมหาเจษฎาราชเจ้าฤทธิไกร        เมื่อกาลได้ล่วงคล้อยสองร้อยปี

๐ พุทธศกสองพันห้าร้อยกว่า            เศษยี่สิบพรรษาสง่าศรี
รัฐบาลชวลิตท่านคิดดี                       ถวายที่มหาราชของชาติไทย

๐จึงแต่งทำคำกวีเป็นทีระลึก             โดยสำนึกในกมลมงคลสมัย
เพื่อประกาศเกียรติยศปรากฎไกล      สถิตในธรณีพันปีเอยฯ