![]() |
| นายเทพ สุนทรศารทูล |
อ่านบทกวีเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ ๓
ณ.อุโบสถวัดชนะสงคราม ๓๑ มีนาคม ๒๕๓๖
นายเทพ สุนทรศารทูลได้ร่วมแต่งและอ่านบทกวีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๓๕ ร่วมกับคณะกวีหลายท่าน คือ ดร.มนตรี อุมะวิชนี, นางอนงค์ อินทรัมพรรย์, นายอุทัย สินธุสาร, นายทองหล่อ บำรุงกิจฯลฯ
คณะกวีทุกท่านมีจุดประสงค์เพื่อสรรเสริญและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงคุณประเสริฐทางด้านศาสนาและเศรษฐกิจ
การอ่านบทกวีเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น คณะกวีอ่านบทกวีเป็นทำนองเสนาะต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระอุโบสถวัดที่พระองค์ทรงสร้างหรือทรงปฎิสังขรณ์ และที่ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ปีละ ๒ ครั้งคือ ทุกวันที่ ๓๑ มีนาคม ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ และทุกวันที่ ๒๑ กรกฎาคม .ซึ่งเป็นวันเสด็จขึ้นครองราชย์
คณะกวีมีกิจกรรมร่วมกันหลายอย่าง คือทำหนังสือถึงสำนักนายกรัฐมนตรี ให้มีการกำหนดวันสำคัญสำหรับพระองค์ท่าน ซึ่งได้กำหนดวันที่ ๓๑ มีนาคม เป็นวันสำคัญของพระองค์ท่าน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ
คณะกวีได้ทำหนังสือขอพระราชทานพระสมัญญานามแด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งก็ได้รับพระราชทานพระราชสมัญญาว่า "พระมหาเจษฎาราชเจ้า"
กษัตริย์นักเศรษฐกิจ
กษัตริย์นักเศรษฐกิจ
๐ ขอกระซิบเบาเบาพอเข้าหู สำหรับผู้สนใจใคร่ศึกษา
สุนทรธิเบศร์กวีมีศักดา คือพระนั่งเกล้าเจ้าชีวาเป็นกวี
๐ ทรงใช้พระนามแฝงมาแต่งสาร พระราชพงศาวดารกรุงโกสีย์
ให้ลูกหลานเหลนอ่านโบราณคดี เรื่องไทยตีญวนทำสงครามกัน
๐ อันเรื่องราวท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระทรงศักดิ์รจนาขี้นมาใหม่
เป็นตำรากุลสตรีนารีไทย ในสมัยโบราณนมนามมา
๐ คำกาพย์มโนราภาษาเสนาะ คำไพเราะเหลือใจในภาษา
เรื่องนิทานชาดกท่านยกมา อันกรมหมื่นเจษฎาทรงนิพนธ์
๐ ปวงนักปราชญ์ราชกวีศรีภาษา ทั้งครูบาอาจารย์สถานต้น
ทั่วมหาวิทยาลัยใจมืดมน ไม่มีคนใดอ่านวิจารณ์วิจัย
๐ ไม่มีใครค้นคว้าภาษากวี วรรณคดีโบราณกาลสมัย
ว่าผู้ใดนิพนธ์แต่หนใด ไม่สงสัยใครทำคำประพันธ์
๐ เราศึกษาค้นคว้ามากระจ่าง จึงหายคลางแคลงใจสงสัยนั่น
ว่าบทวรรณคดีกวีวรรณ ที่ออกชื่อลือลั่นมานานเน
๐ พระนั่งเกล้าเจ้าชีวิตประดิษฐ์ประดับ ไว้สำหรับบัณฑิตติดเสน่ห์
หลงอ่านกันนานมาชั่วกาเล อย่าสนเท่ห์สงสัยว่าใครทำ
๐ ทรงเป็นขัตติยามหากษัตริย์ ราชกิจติดขัดตัดกระแส
ไม่ว่างทำคำกวีที่ดีแท้ ทรงทำแต่ตามศักดิ์นักกวี
๐ สุนทรด้วง นามแฝงแห่งพระเจ้า พระนั่งเกล้าคารมท่านคมขำ
สุนทรด้วง ติดงานราชการทำ ยังฝากงานวรรณคดีอันมีนาม
๐ สังข์ศิลปชัยละครนอกคนออกชื่อ ฝากฝืมือวรรณคดีศรีสยาม
กาพย์มโนรา อรรถรสแสนงดงาม เรื่องสยามรบญวนก็ควรชม
๐ ตำรับเก่า ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ นับเป็นหลักจรรยาสง่าสม
อันสตรีศรีสยามงามนิยม เป็นบรมขัตติยาของนารี
๐ ควรนิยมยกย่องให้ผ่องใส พระนั่งเกล้าเจ้าไทยจักรีศรี
ทรงเป็นนักการทหารนักการกวี นักพานิชนาวีมีพระนาม
๐ทรงเป็นนักเศรษฐกิจติดอันดับ หาราชทรัพย์ให้มากมีหลากหลาม
ทรงสร้างวัดปรากฎไว้งดงาม ป้อมสงครามสร้างค่ายไว้หลายเมือง
๐ทรงสร้างเมืองมากมายหลายจังหวัด ทรงเร่งรัดพัฒนาเมืองผ้า เหลือง
ขุดแม่น้ำลำคลองให้นองเนือง ยังสืบเนื่องใช้กันทุกวันมา
๐ ทรงสร้างเรือรบมากไว้หลากล้น เตรียมผจญกองทัพรับพม่า
สร้างกำแพงเมืองใหญ่หลายพารา จนปัจจามิตรคร้ามสยามธานี
๐ ยี่สิบเจ็ดพรรษาเสวยราชย์ รักษาชาติไทยมาสง่าศรี
ราชอาณาจักรไทยใหญ่ยาวรี ประชาชีชื่นชมโพธิสมภาร
๐ อริราชไพรีไม่มีหือ ญวนไม่รื้อกำเริบคิดเสิบสาน
พม่าหมดแรงบุกมารุกราน เขมรลาวราบลงเป็นวงศ์ไทย
๐ สวรรคตหมดบุญการุณชาติ ทิ้งพระราชทรัพย์ซ่อนไว้ก้อนใหญ่
ห้าสิบปีฝรั่งเศสก่อเภทภัย ยึดเมืองไว้ข่มเหงน่าเกรงกลัว
๐ พระปิยมหาราชชาติชาตรี ทรงรู้สู้รู้หนีไพรีชั่ว
เอามรดกมากมายไปไถ่ตัว จึงรอดชั่วเป็นสุขหมดทุกข์ภัย
๐ แต่วาสนาอาภัพพระลับฟ้า สองร้อยกว่าพรรษาสิ้นสมัย
ไร้โอรสยศยงพระองค์ใด ได้เป็นใหญ่สืบชาติราชตระกูล
๐ สองร้อยปีลี้ลับอาภัพชื่อ ไม่เลื่องลือราชกิจเกือบมิดสูญ
เพิ่งเผยยอยศราชบาทมูล มีคนทูนเทอดยศให้งดงาม
๐ นามถนนนามสะพานสถานที่ จึงเริ่มมีติดดินถิ่นสยาม
ร.พ.พระนั่งเกล้าคนกล่าวนาม จึงต่อตามมาสถิตติดแผ่นดิน
๐ พร้อมท้ังมีราชานุสาวรีย์ ไว้เป็นศรีเมืองแก้วกรุงโกสินทร์
พี่งแลเห็นลานมหาเจษฎาบดินทร์ ให้คนยินยลยศปรากฎมี
๐ เหล่ากวีวรรณาพยายาม บรรยายความสรรเสริญเจริญศรี
ผู้เป็นคนเริ่มต้นชื่อ มนตรี รวมกวีหลายคนนิพนธ์พจน์
๐ มารวมกันอ่านถวายบรรยายความ พระนั่งเกล้าเจ้าสยามให้ปรากฎ
ราชกิจของพระองค์พระทรงยศ ที่ท่านจดจารลงพงศาวดาร
๐ อ่านที่วัดพระเชตุพนวิมลมาศ ที่วัดราชนัดดามหาสถาน
วัดสุทัศน์หลวงพ่อโตงามโอฬาร วัดเฉลิมเกียรติริมธารที่เมืองนนท์
๐ อ่านที่ลานเจษฎามหาสถาน ทำมานานนักหนาสิบกว่าหน
พระสงฆ์ทั้งสิ้นได้ยินยล ซึ้งกมลในบรมโพธิสมภาร
๐ จึงรวมกันหลายคนแล้วลงชื่อ ยี่นหนังสือสำแดงแถลงสาร
ถึงพลเอกชวลิตให้คิดการ ทำหลักฐานเป็นมหาราชาธรรม
๐ จึงคณะรัฐมนตรีมีดำริ ลงมติเห็นพ้องที่ร้องร่ำ
คณะสงฆ์ทั้งหลายบรรยายคำ เพื่อจะนำทูลลงพระโองการ
๐ ให้ถวายสมญามหาราช แล้วประกาศให้เห็นเป็นหลักฐาน
ว่าชาวไทยปรารถนามาช้านาน ให้ขนานนามมหาราชาไทย
๐ พระนั่งเกล้าเจ้าหล้าประชาสยาม รัชกาลที่สามผู้ยิ่งใหญ่
พระมหาเจษฎาราชเจ้าฤทธิไกร เมื่อกาลได้ล่วงคล้อยสองร้อยปี
๐ พุทธศกสองพันห้าร้อยกว่า เศษยี่สิบพรรษาสง่าศรี
รัฐบาลชวลิตท่านคิดดี ถวายที่มหาราชของชาติไทย
๐จึงแต่งทำคำกวีเป็นทีระลึก โดยสำนึกในกมลมงคลสมัย
เพื่อประกาศเกียรติยศปรากฎไกล สถิตในธรณีพันปีเอยฯ
๐ ทรงเป็นขัตติยามหากษัตริย์ ราชกิจติดขัดตัดกระแส
ไม่ว่างทำคำกวีที่ดีแท้ ทรงทำแต่ตามศักดิ์นักกวี
๐ สุนทรด้วง นามแฝงแห่งพระเจ้า พระนั่งเกล้าคารมท่านคมขำ
สุนทรด้วง ติดงานราชการทำ ยังฝากงานวรรณคดีอันมีนาม
๐ สังข์ศิลปชัยละครนอกคนออกชื่อ ฝากฝืมือวรรณคดีศรีสยาม
กาพย์มโนรา อรรถรสแสนงดงาม เรื่องสยามรบญวนก็ควรชม
๐ ตำรับเก่า ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ นับเป็นหลักจรรยาสง่าสม
อันสตรีศรีสยามงามนิยม เป็นบรมขัตติยาของนารี
๐ ควรนิยมยกย่องให้ผ่องใส พระนั่งเกล้าเจ้าไทยจักรีศรี
ทรงเป็นนักการทหารนักการกวี นักพานิชนาวีมีพระนาม
๐ทรงเป็นนักเศรษฐกิจติดอันดับ หาราชทรัพย์ให้มากมีหลากหลาม
ทรงสร้างวัดปรากฎไว้งดงาม ป้อมสงครามสร้างค่ายไว้หลายเมือง
๐ทรงสร้างเมืองมากมายหลายจังหวัด ทรงเร่งรัดพัฒนาเมืองผ้า เหลือง
ขุดแม่น้ำลำคลองให้นองเนือง ยังสืบเนื่องใช้กันทุกวันมา
๐ ทรงสร้างเรือรบมากไว้หลากล้น เตรียมผจญกองทัพรับพม่า
สร้างกำแพงเมืองใหญ่หลายพารา จนปัจจามิตรคร้ามสยามธานี
๐ ยี่สิบเจ็ดพรรษาเสวยราชย์ รักษาชาติไทยมาสง่าศรี
ราชอาณาจักรไทยใหญ่ยาวรี ประชาชีชื่นชมโพธิสมภาร
๐ อริราชไพรีไม่มีหือ ญวนไม่รื้อกำเริบคิดเสิบสาน
พม่าหมดแรงบุกมารุกราน เขมรลาวราบลงเป็นวงศ์ไทย
๐ สวรรคตหมดบุญการุณชาติ ทิ้งพระราชทรัพย์ซ่อนไว้ก้อนใหญ่
ห้าสิบปีฝรั่งเศสก่อเภทภัย ยึดเมืองไว้ข่มเหงน่าเกรงกลัว
๐ พระปิยมหาราชชาติชาตรี ทรงรู้สู้รู้หนีไพรีชั่ว
เอามรดกมากมายไปไถ่ตัว จึงรอดชั่วเป็นสุขหมดทุกข์ภัย
๐ แต่วาสนาอาภัพพระลับฟ้า สองร้อยกว่าพรรษาสิ้นสมัย
ไร้โอรสยศยงพระองค์ใด ได้เป็นใหญ่สืบชาติราชตระกูล
๐ สองร้อยปีลี้ลับอาภัพชื่อ ไม่เลื่องลือราชกิจเกือบมิดสูญ
เพิ่งเผยยอยศราชบาทมูล มีคนทูนเทอดยศให้งดงาม
๐ นามถนนนามสะพานสถานที่ จึงเริ่มมีติดดินถิ่นสยาม
ร.พ.พระนั่งเกล้าคนกล่าวนาม จึงต่อตามมาสถิตติดแผ่นดิน
๐ พร้อมท้ังมีราชานุสาวรีย์ ไว้เป็นศรีเมืองแก้วกรุงโกสินทร์
พี่งแลเห็นลานมหาเจษฎาบดินทร์ ให้คนยินยลยศปรากฎมี
๐ เหล่ากวีวรรณาพยายาม บรรยายความสรรเสริญเจริญศรี
ผู้เป็นคนเริ่มต้นชื่อ มนตรี รวมกวีหลายคนนิพนธ์พจน์
๐ มารวมกันอ่านถวายบรรยายความ พระนั่งเกล้าเจ้าสยามให้ปรากฎ
ราชกิจของพระองค์พระทรงยศ ที่ท่านจดจารลงพงศาวดาร
๐ อ่านที่วัดพระเชตุพนวิมลมาศ ที่วัดราชนัดดามหาสถาน
วัดสุทัศน์หลวงพ่อโตงามโอฬาร วัดเฉลิมเกียรติริมธารที่เมืองนนท์
๐ อ่านที่ลานเจษฎามหาสถาน ทำมานานนักหนาสิบกว่าหน
พระสงฆ์ทั้งสิ้นได้ยินยล ซึ้งกมลในบรมโพธิสมภาร
๐ จึงรวมกันหลายคนแล้วลงชื่อ ยี่นหนังสือสำแดงแถลงสาร
ถึงพลเอกชวลิตให้คิดการ ทำหลักฐานเป็นมหาราชาธรรม
๐ จึงคณะรัฐมนตรีมีดำริ ลงมติเห็นพ้องที่ร้องร่ำ
คณะสงฆ์ทั้งหลายบรรยายคำ เพื่อจะนำทูลลงพระโองการ
๐ ให้ถวายสมญามหาราช แล้วประกาศให้เห็นเป็นหลักฐาน
ว่าชาวไทยปรารถนามาช้านาน ให้ขนานนามมหาราชาไทย
๐ พระนั่งเกล้าเจ้าหล้าประชาสยาม รัชกาลที่สามผู้ยิ่งใหญ่
พระมหาเจษฎาราชเจ้าฤทธิไกร เมื่อกาลได้ล่วงคล้อยสองร้อยปี
๐ พุทธศกสองพันห้าร้อยกว่า เศษยี่สิบพรรษาสง่าศรี
รัฐบาลชวลิตท่านคิดดี ถวายที่มหาราชของชาติไทย
๐จึงแต่งทำคำกวีเป็นทีระลึก โดยสำนึกในกมลมงคลสมัย
เพื่อประกาศเกียรติยศปรากฎไกล สถิตในธรณีพันปีเอยฯ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น